ปกติเห็ดฟางเป็นเห็ดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้ง่าย แต่ด้วยจะรอแต่ธรรมชาติอย่างเดียวคงไม่พอกับความต้องการบริโภคของมนุษย์ ก็เลยคิดค้นเพาะเห็ดฟางมาหลายวิธี แต่วิธีที่พอจะเป็นแนวทางปฏิบัติหรือทำได้ ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนเราเพาะเห็ดฟางแบบกองสูง ก็คือ เอาวัสดุ เช่นฟางมากองไว้ แล้วเอาเชื้อโรย เห็ดก็ขึ้นแล้วก็เก็บยาวเป็นเดือน
วิธีที่สองดัดแปลงเป็นการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย เพาะในไร่นาบ้างเพาะหลังบ้านด้วย โดยการมีแบบพิมพ์แล้วใช้วัสดุยัดลงไปในแบบพิมพ์ ถอดแบบพิมพ์ออกมาแล้วก็จะเป็นวิธีเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยก็ทำมานานพอสมควรหลายสิบปี ปัจจุบันก็ยังมีทำอยู่ก็ดัดแปลงไปตามความเหมาะสมของท้องถิ่น
วิธีที่สองดัดแปลงเป็นการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย เพาะในไร่นาบ้างเพาะหลังบ้านด้วย โดยการมีแบบพิมพ์แล้วใช้วัสดุยัดลงไปในแบบพิมพ์ ถอดแบบพิมพ์ออกมาแล้วก็จะเป็นวิธีเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยก็ทำมานานพอสมควรหลายสิบปี ปัจจุบันก็ยังมีทำอยู่ก็ดัดแปลงไปตามความเหมาะสมของท้องถิ่น
วิธีที่สามเป็นการเพาะเห็ดฟางที่กรมวิชาการพัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับการผลิตเห็ดฟาง เพื่อให้ได้มากๆ เรียกว่า การเพาะเห็ดฟางแบบโรงเรือน บางทีก็เรียกว่า การเพาะเห็ดฟางแบบอุตสาหกรรม ผลิตครั้งหนึ่งได้เป็น 100 กก. อันนี้เป็นการเพาะเห็ดฟางแบบโรงเรือน ต่อจากนั้นก็มีการพัฒนาการเพาะเห็ดให้เหมาะสมกับความต้องการ จะเพาะในปริมาณที่มากก็ได้ น้อยก็ได้ แล้วก็มีความสะดวก ความสะอาด แล้วก็มีการเพาะเห็ดฟางแบบคอนโดเป็นขั้นๆ หลังจากนั้นก็มีการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า และสุดท้ายการเพาะเห็ดฟางในถุง
หากพิจารณาข้อดีข้อเสียของแต่ล่ะวิธีแล้ว จะแยกค่อนข้างยาก เพราะขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้เพาะ สมมุติว่าในชนบทต้องการจะมีเห็ดฟางกินอย่างยาวนาน ทำครั้งเดียวแล้วเก็บกินได้เป็นเดือน ก็เพาะแบบกองสูง แต่ผลผลิตของกองสูงนั้นไม่แน่นอน บางทีก็ขึ้น บางทีก็ไม่ขึ้น บางทีขึ้นมาก จนไม่สามารถควบคุมสี ความสะอาดหรือสิ่งที่เราต้องการได้อย่างเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมควบคุมไม่ได้
ถ้าหากมีวัตถุประสงค์เพาะเพื่อจำหน่าย แบบกองสูงจะไม่ทัน ก็เพาะแบบกองเตี้ยอยู่ในลักษณะที่ทำเพื่อให้มีรายได้เสริมในครอบครัว ทำในเฉพาะครอบครัวทำมากไม่ได้เพาะใช้แรงงานมาก ถ้าต้องการทำวันหนึ่งให้ได้ 100 กก. หรือมากกว่านั้น คือ จะต้องมีตลาด หรือ ส่งโรงงาน ก็จะเป็นการเพาะเห็ดฟางแบบโรงเรือน มีการลงทุนมากทำกันแบบทุกอย่างพลาดไม่ได้ ต้องมีความรู้ทางวิชการค่อนข้างสูง มีวัสดุ มีทุน มีเป้าหมาย คือ ทำเพื่อขายอย่างเดียว หลังจากนั้นถ้าจะทำหลากหลายรวมๆ กัน เช่น เพื่อพักผ่อนบ้าง เพื่อกินบ้าง เช่น เพื่อให้มีรายได้ วิธีเดียวที่จะขายได้ทุกอย่าง คือ กางเพาะเห็ดฟางในตะกร้า เพาะว่าหนึ่งตะกร้ามีพื้นที่การออกในด้านสูงมาก ตะกร้าเดียวจะได้เห็ดเป็นกิโล
การเพาะเห็ดฟางในตะกร้าเป็นวิธีที่ประยุกต์ขึ้นมา แต่เดิมนั้นการเพาะเห็ดฟางโดยทั่วไปใช้พื้นที่ในแนวราบ มาตรฐานการเพาะเห็ดฟางในพื้นที่ราบ 1 ตารางเมตร ถ้าผลผลิตได้ 3 กก. ถือว่ายอดเยี่ยม การเพาะเห็ดฟางแบบในตะกร้าจะใช้พื้นที่ ในแนวสูงกับแนวราบของพื้นของตะกร้าของตะกร้าที่เป็นทรงกระบอก โดยสามารถใช้ตะกร้าซักผ้า ตะกร้าใสผลไม้ ตะกร้าใส่ปลาของชาวประมง คือไม่สุงประมาณ 1 ฟุต รอบๆ ตะกร้าจะมีตามีช่องด้านบนเห็ดก็สามารถออกได้ และสามารถนำตะกร้าซ้อนกันได้หลายชั้น เป็นลักษณะของการเพิ่มที่การออกดอกเห็ด ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีเหมาะสมกับทุกรูปแบบ
จุดคุ้มทุนที่เหมาะสม คือ จากการเก็บตัวเลขในกระบวนวิจัย 1 ตรม. สามารถวางได้ถึง 9 ตะกร้า โดยวางชั้นเดียว เมื่อ 1 ตรม. วางได้ถึง 9 ตะกร้า จะได้เห็ดไม่ต่ำกว่า 1 กก. ต่อ 1 ตะกร้า เปรียบเทียบแบบกอง คือ 3 กก. แบบตะกร้าได้มากกว่า แนวทางการพัฒนาแนวนี้ค่อนข้างจะเป็นที่สนใจของนักวิชาการ และผู้ที่สนใจจะเพาะเห็ดอยู่มาก
วัสดุที่เพาะเห็ดฟางในประเทศไทยมีมากมายมหาศาล ตัวอย่างเช่น ฟางข้าวเปลือก ถั่วทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแขก เปลือกมันสำปะรังก็สามารถใช้ได้ดี ต้นข้าวโพดแห้ง เอามาสับๆ แล้วแช่น้ำก็สามารถนำมาเพาะได้ ผักตบชวา จอกหูหนู ต้นกล้วยหั่นตากแห้ง ทะลายปาล์ม หรือผลปาล์ม ขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อนหรือขี้เลื่อยไม้ยางพารา หรือขี้เลื่อยทำเพาะเห็ดทุกชนิด แล้วยังสามารถนำมาเพาะเห็ดฟางได้ กระดาษก็สามารถนำมาเพาะเห็ดฟางได้ กระสอบป่านเก่าๆ ก็ใช้ได้
นอกจากนี้ยังมีการทดลองอีกอย่าง คือ ขุยมะพร้าว ภาคใต้มีมาก หลังจากเอาเส้นใยออกแล้ว ขุยมะพร้าวมักจะเอามาทำต้นไม้อย่างเดียวแล้ว ยังสามารถเอาขุยมะพร้าว 2 ส่วนผสมกับขี้วัว 1 ส่วน ก็สามารถนำมาเพาะเห็ดฟางได้ มีความชื่นและมีอาหารจากขี้วัว เมื่อนำมาเพาะเห็ดฟางแล้วจะได้ประโยชน์จากการใช้สิ่งเหล่านี้ มากขึ้น
ในการเลือกวัสดุอย่างฟางข้าวนั้นจะมีปัญหามาก เพราะฟางข้าวที่เกษตรกรใช้มีสารเคมีตกค้าง จนทำให้เป็นพิษ ต่อผู้บริโภคได้ ตัวอย่างเช่น สารเคมีกำจัดเชื้อราประเภทดูดซึม นอกจากจะทำให้เส้นใยเห็ดไม่เจริญเจิบโตแล้ว เมื่อคนบริโภคเข้าไปจะทำให้เป็นพิษ ยาฆ่าแมลงหรือ สารเคมีกำจัดแมลงที่เกษตรกรใช้ ก็มาสู่คนเมื่อบริโภคเข้าไปก็จะเป็นพิษ
แต่อย่างไรก็ตามวัสดุที่เกี่ยวข้องที่นำมาเพาะเห็ดฟาง พึ่งสำนึกว่าต้องสะอาด และปลอดสารเคมี อยู่ในท้องถื่นจะดีที่สุด ต้นทุนจะต่ำ ความหลากหลายของวัสดุต่างๆ เหล่านี้ วัสดุใดที่เป็นพิษโดยธรรมชาติ อย่านำมาใช้ เช่น ต้นพืชที่มีฤทธิ์เมา เมื่อนำมาเพาะเห็ดสารพิษนี้จะถูกดูดซึมเข้าไปสู่ผู้บริโภคจะทำให้เมาได้
ขั้นตอนในการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าไม่ยุ่งยาก ถ้าใครเคยเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยแล้ว ทุกอย่างเหมือนกันแค่ยกมาใส่ตะกร้า หมายความว่าชั้นหนึ่งเป็นวัสดุเพาะ หรือพวกฟางข้าว เปลือกถั่ว อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะผสมผสานกันก็ได้ ชั้นที่หนึ่งวัสดุ ชั้นที่สองเป็นอาหารเสริม อาจจะใช้นุ่น ผักตบชวาสด แล้วก็โรยด้วยเชื้อเห็ดฟาง เชื้อเห็ดฟางอาจจะคลุกเคล้าด้วยแป้งสาลี แป้งข้าวเหนียวหรือไม่คลุกก็ได้ แต่ถ้าคลุกเคล้าจะทำให้เส้นใยเดินได้เร็ว ก็จะได้ชั้นที่หนึ่ง หลังจากนั้นก็ทำเหมือนชั้นที่หนึ่งก็มีวัสดุเพาะ
มีอาหารเสริมแล้วทำชั้นที่สาม ชั้นที่สามจะแตกต่างจากชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สอง คือ ด้านบนจะโรยอาหารเสริมทั้งหมด เต็มพื้นที่ของผิวตะกร้า แล้วโรขเชื้อเห็ดทั้งหมดลงคุลมด้วยวัสดุเล็กน้อย กดให้แน่นๆ ให้ต่ำกว่าปากตะกร้า 1 ช่องตา รดน้ำประมาณ 2 ลิตร รดทั้งด้านบนตะกร้าและด้านข้างตะกร้า ยกใส่กระโจมเล็ก หรือใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ถุงใส ถุงดำ จะไม่มีดอก หรือตะกร้าเดียวก็จะเอาเข่งครอบ แล้วเอาพลาสติกคลุม อีกที หรือทำ 4-5 ตะกร้า เอาสุ่มไก่ครอบพลาสติกคลุมในที่ร่มและชื่น ประมาณวันที่สี่ก็เปิดสำรวจดู มีเส้นใยมากไหม ถ้ามากก็ตัดเส้นใย 5-10 นาที แล้วคุลมไว้อย่างเดียว ตอนเปิดตะกร้า ถ้าแห้งก็รดน้ำ นิดหน่อย ประมาณวันที่ 7-8 ก็เก็บผลผลิตได้ โดยผลผลิตจะออกมาตามตาที่รอบๆ ตะร้า เทคนิคการโรยเชื้อเห็ดชั้นที่ 1-2 คือโรยให้ชิดขอบตะกร้า ตรงกลางไม่ต้องโรย ชั้นที่สามโรยให้เต็ม
การเพาะเห็ดฟางในตะกร้ามีค่าใช้จ่ายดังนี้
- ตะกร้าพลาสติกสูงขนาด 11 นิ้ว ปากตะกร้ากว้างประมาณ 18 นิ้ว มีตาห่างกันประมาณ 1 นิ้ว ตะกร้าใบหนึ่งสามารถใช้ได้หลายครั้ง อาจใช้ได้เกิน 20 ครั้งขึ้นไป ราคาใบล่ะประมาณ 30 บาท
- ชั้นโครงเหล็ก ใช้เหล็กแป๊ปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 6 หุน มาทำเป็นโครงเหล็กให้ได้ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร สูง 2 เมตร ซึ่งโครงเหล็กมี 4 ชั้น สามารถวางตะกร้าเพาะได้ 40 ใบ ราคาโครงเหล็กประมาณ 705 บาท
- แผ่นพลาสติกสำหรับคลุมโครงเหล็ก ใช้พลาสติกใสขนาด 4 เมตร ยาว 6 เมตร ราคาประมาณ 60 บาท
- โรงเรือน ซึ่งโรงเรือนเป็นไม้ ลักษณะของโรงเรือน คือนำไม้มาประกอบกันซึ่งสร้างให้มีขนาดใหญ่จนสามารถครอบชั้นโครงเหล็กได้ ราคาโรงเรือนประมาณ 900-1,000 บาท
- วัสดุเพาะ อาจใช้ฟางหรือก้อนขี้เลื่อยที่่ผ่านการเพาะเห็ดถุงมาแล้ว ใช้ 9 ก้อน ต่อ 1 ตะกร้า ราคาเฉลี่ยประมาณก้อนล่ะ 50 สตางค์ รวมเป็นเงินต่อ ตะกร้า 4-5 บาท
- อาหารเสริม เราสามารถใช้ผักตบชวาหั่นประมาณ 1 ลิตร ตะกร้าคิดเป็นเงินรวมตะกร้าละไม่ถึง 1 บาท
- ค่าเชื้อเห็ดฟางแบบอีแปะถุงล่ะประมาณ 2 บาท
- ค่าจ้างแรงงานเพาะ คิดเป็นเงินตะกร้าล่ะ 3 บาท
- ค่าจ้างดูแล คิดเป็นเงินต่อตะกร้าราคา 5 บาท
- ค่าจ้างแรงงาน เพื่อเก็บเกี่ยวและหลังการเก็บเกี่ยวต่อผลผลิตกิโลกรัมละประมาณ 5 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะอยู่ที่ประมาณ 2 พันบาทต้นๆ แต่หากลบค่าใช้จ่ายเรื่องโรงเรือนออกไป ราคาเห็ดฟางต่อ 1 ตะกร้า จะลงทุนเพียงประมาณไม่ถึง 50 บาทเท่านั้น
หมายเหตุ
ข้อมูลเทคนิคการเพาะเหตุฟางในตะกร้า
โดย อาจารย์ สำเนาว์ ฤทธิ์นุช
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น